มกราคม 27, 2022

ผลบอลล่าสุด

อัพเดทผลบอลรวดเร็วทันใจ แบบเรียลไทม์

การดูแลตนเอง เจมส์ มิลเนอร์  ลำแข้งปกติที่ไหลผ่านกระแสบอล

1 min read
การดูแลตนเอง

การดูแลตนเอง และก็ทัศนคติของผู้ชนะในโลกบอล มีตัวอปิ้งที่ทุกคนเห็นได้ชัดโน่นเป็น คริสเตียโน่ โรนัลโด้

การดูแลตนเอง ในวัย 36 ปี เขายังลงเล่นในระดับที่ค่อนข้างสูง มีมาตรฐานการเล่นระดับที่เด็กรุ่นน้องยังจะต้องอาย ยังหิวชัย และก็ยังบรรลุเป้าหมายอย่างสม่ำเสมอ … นี่เป็นเหตุผลที่ โรนัลโด้ อยู่ในสปอตไลท์เสมอ เจาะจงเพิ่มแรงกดดัน

อย่างไรก็แล้วแต่ เรื่องเหมือนกันเกิดขึ้นกับนักฟุตบอลอีกผู้ที่ไม่เด่นและไม่ดังเท่าอย่าง เจมส์ มิลเนอร์ ในวัย 36 ปี

กำลังสำคัญของ หงส์แดง ในชุดที่เหมาะสมที่สุดในประวัติศาสตร์ เป็นคนแรกที่ผู้ฝึกสอนมองหาเมื่อกลุ่มอยากได้ใครบางคนมาช่วยจัดการกับปัญหา แล้วก็เป็นผู้ที่ไม่เคยทำให้เพื่อนฝูงร่วมกลุ่ม นายจ้าง แล้วก็แฟนบอลผิดหวัง

ตั้งแต่เป็นยอดเยี่ยมดาวรุ่งกับ ลีดส์ ลากยาวมาจนถึงหน้าที่จอมเก๋าที่ หงส์แดง อะไรที่ทำให้เขาสะดุดตาในแบบของเขาเสมอ ติดตามทัศนคติที่ยิ่งใหญ่ไม่แพ้ใครกันแน่ของ เจมส์ มิลเนอร์ พอดีนี่

 

การดูแลตนเอง

ไหลไปตามสิ่งแวดล้อม

เจมส์ มิลเนอร์ เป็นนักฟุตบอลที่ไม่ซ้ำใครรวมทั้งเป็นนักฟุตบอลที่ผู้ฝึกสอนทุกคนต้องการมีคนแบบเขาอยู่ในกลุ่ม สิ่งนั้นเป็น “ความเอนกประสงค์” หรือสามารถใช้งานได้หลายต้นแบบ

อย่างที่พวกเรารู้กันบอลคือเรื่องของแทคติกและก็การเล่น กลุ่ม 1 กลุ่มจะมีนักเตะให้ใช้งานได้ตลอดทั้งปีราว 20 คนแล้วก็ตัวจริงและก็ผู้เล่นสำรอง ตลอดการชิงชัย 1 ฤดูจะใช้เวลาร่วม 10 เดือน และก็เป็น 10 เดือนที่รากเลือดมากมาย

โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับบอลอังกฤษ พวกเขาจำเป็นต้องเล่นเกมลีก เกมบอลถ้วยในประเทศ 2 รายการ และก็บอลยุโรป ไหนจะด้วยแนวทางเล่นที่รุนแรง โดยเหตุนั้นการบาดเจ็บของนักฟุตบอลก็เลยเป็นสิ่งที่หลบหลีกมิได้

ปีๆหนึ่งจะมีนักบอลหลายท่านที่เจ็บแล้วก็ลงเล่นมิได้ บางบุคคลเจ็บปีละหลายๆรอบ แต่ว่าสำหรับ เจมส์ มิลเนอร์ นั้นต่างกันออกไป

เขาเป็น “คนเหล็กสารพัดประโยชน์” ที่มีคงทนถาวรเป็นพิเศษ ป่วยหนักน้อยครั้ง แต่ละครั้งใช้เวลาฟื้นไม่นาน แล้วก็ที่สำคัญเขาเล่นได้นานาประการสุดแท้แต่แทคติกที่นายจ้างวางไว้

ประการแรก มิลเนอร์ นั้นเริ่มอาชีพมาจากตำแหน่งขอบเส้น แม้ว่าจะเป็นปีกสมัยเก่าที่ย้ำลากสุดเส้นแล้วเปิดเข้ากึ่งกลาง แต่ว่า มิลเนอร์ เป็นผู้ที่เล่นบอล 2 เท้าก้าวหน้า

ด้วยเหตุนั้นในขณะวัยรุ่นกับ ลีดส์ และก็ นิวคาสเซิล พวกเราเกือบจะทายใจตำแหน่งของเขาไม่ออกเลย บางเกมเขาก็ไปยืนด้านซ้าย บางวันเขาก็ไปรับบทบาทเป็นตัวเติมเกมรุกจากฝั่งขวา รวมทั้งเมื่อกลุ่มลงเล่นในระบบแนวรับ 3 ตัว มิลเนอร์ ก็สามารถถอยมาเล่นวิงแบ็คได้อีก

การเล่น 2 เท้าเป็นปัจจัยสำคัญ รวมทั้งสิ่งที่เสริมขึ้นมาเป็นเขาเป็นนักฟุตบอลที่ไม่ทำให้กลุ่มเสียคุณประโยชน์ในขณะที่จำเป็นต้องเล่นเกมรับ มิลเนอร์ เป็นชนิดวิ่งสุดแรง ขึ้นสุดลงสุด ช่วยลงมาซ้อนผู้เล่นตำแหน่งฟูลแบ็ค

ทำให้งานในเกมรับทำเป็นง่ายดายมากยิ่งขึ้น ช่วยทำให้กลุ่มเสียประตูยากขึ้น … สรุปให้เข้าใจง่ายๆข้างในประโยคเดียวเป็น มิลเนอร์ เป็นนักฟุตบอลจำพวก “เล่นเป็นกลุ่มได้ดิบได้ดีที่สุด”

สิ่งนี้ก็มีข้อเสียเช่นเดียวกัน นักฟุตบอลอย่าง มิลเนอร์ บางครั้งอาจจะไม่เหมาะสมกับกลุ่มที่ปรารถนาเล่นโดยใช้ความรู้เฉพาะบุคคลสำหรับเพื่อการทะลวงแนวรับคู่ปรปักษ์

เนื่องจากว่าเขามิได้เร็วราวกับจรวด มิได้วิธีดีล้ำยอดเยี่ยมเสมือนที่ปีกระดับนานาชาติคนอื่นเป็น โดยเหตุนี้ภายหลังจากผ่านตอนวัยรุ่นไป มิลเนอร์ ก็เริ่มมาพบตำแหน่งใหม่ของเขา

สำหรับการเป็นกองกึ่งกลางสไตล์ Box To Box ที่มีบทบาทหลักครอบคลุมเกมทั้งยังเกม ช่วยอีกทั้งเกมรุกรวมทั้งเกมรับ ซึ่งนับได้ว่าเป็นตำแหน่งที่เหมาะสมกับตัวตนของเขามากยิ่งกว่า

ผู้จัดการทีมผู้ที่หันมาใช้งานเขาจริงๆจังๆในเเดนกึ่งกลางเป็น มานูเอล เปเยกรินี่ ยุคสถานที่สำหรับทำงานร่วมกันที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปเยกรินี่ นั้นเป็นที่ปรึกษาที่นิยมนักฟุตบอลเกมรุกแนวทางดี

พวกเราก็เลยได้มองเห็นนักฟุตบอลอย่าง ดาบิด สิลบา, ซามีร์ นาสรี แล้วก็ เซร์คิโอ อเกวโร ฯลฯ แม้กระนั้นถึงอย่างงั้นเขาก็รู้ว่า มิลเนอร์ เป็นนักฟุตบอลไม่ซ้ำใครและก็กลุ่มของเขาอยากนักฟุตบอลอย่าง มิลเนอร์

จนถึงต้องหาที่ลงให้ได้ในตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่ง ซึ่งโน่นหมายความว่าการเป็นกองกึ่งกลางร่วมกับ ยาย่า ตูเร่, แกเรธ เเบร์รี่ และก็ เเฟร์นันดินโญ่ ตามแทคติกที่สมควรในแต่ละเกม

“ผมบอกจริงๆมีนักเตะอีกเยอะแยะเลยซึ่งสามารถครอบครองบอลได้ดีมากว่า เคล็ดลับดีมากยิ่งกว่า แล้วก็วิ่งเร็วกว่า เจมส์ มิลเนอร์ แต่ว่าเกิดเรื่องยากมากมายที่จะหาผู้เล่นสักผู้ที่สามารถใช้คำว่าเพอร์เฟ็คได้อย่างที่ มิลเนอร์ เป็น” เปเยกรินี่ ชี้แจง

“เขาพิเศษแบบไหนน่ะหรอ ? ตกลงว่าผมสั่งให้เขาไปเล่นที่ไหนเขาก็เล่นก้าวหน้าเสมอ ถูกใจหรือเปล่าถูกใจไม่ใช่ประเด็นสำคัญ เมื่อคุณสั่ง เขาจะทำตามอย่าง”

“เขาทำเป็นดีเยี่ยมในตำแหน่งฟูลแบ็ค รวมทั้งแน่ๆเขาเกลียดเล่นนี้ เขาเล่นได้ทุกๆที่ตั้งแต่มิดฟิลด์ตัวรุก, กึ่งกลางรับ, กึ่งกลางตัวทำเกม ถึงแม้ว่าจะแผงหน้าผมก็เคยใช้เขามาเเล้ว เเละเขาก็ยิงได้สัก 3-4 ลูกถ้าหากผมจำไม่ผิด ผู้ชายคนนี้ยิ่งใหญ่มากมายๆในทางความเป็นมือโปร ฉลาดหลักแหลม ทัศนคติเหมาะสมที่สุด เท่าที่ผมเคยพบ”

เว้นแต่ความเอนกประสงค์แล้ว ทั้งผองที่ เปเยกรินี่ กล่าวมา พวกเราจะมองเห็นได้ว่า มิลเนอร์ เปรียบเสมือนกับ “แมลงสาบ” นี่เป็นสิ่งมีชีวิตไม่กี่จำพวกที่หลงเหลือมาจากสมัยไดโนเสาร์

ไม่พิเศษกว่าผู้ใดกันแน่ มิได้อยู่เหนือสุดของห่วงโซ่ของกิน แต่ว่าเมื่อใดก็ตามสภาพแวดล้อมมีการเปลี่ยน แมลงสาบปรับพฤติกรรมได้อย่างเร็วแล้วก็เอาชีวิตรอดมาได้ทุกคราว .

คุณจะมองเห็นได้ว่า มิลเนอร์ นั้นผ่านบอลมาตั้งแต่ต้นสมัย 2000s สมัยที่กลุ่มส่วนมากยังเป็นบอลโบราณเล่นไดเรกต์ เปิดบอลให้ไปวัดกันที่ลูกในอากาศ เขารับผิดชอบตำแหน่งขอบเส้นที่เป็นหัวใจหลักมากมายสำหรับในการสร้างเกมรุก,

ในสมัย 2010 สมัยที่เอาชนะกันด้วย “เบสิก” โน่นเป็นการส่งบอลกล้วยๆแต่ว่ามีคุณภาพ รวมทั้งการฉกชิงบอลกลับมาให้กลุ่มเป็นฝ่ายบุก มิลเนอร์ ก็ขยับเข้ามาเป็นมิดฟิลด์ที่รับตำแหน่งนั้น, ในวันที่เขาย้ายมาเล่นให้กับ หงส์แดง ใหม่ๆ

รวมทั้งมี เยอร์เกน คล็อปป์ เข้ามาเป็นผู้จัดการทีม กลุ่มไม่มีแบ็คซ้ายที่ขึ้นเกมรุกได้และก็รู้เรื่องแทคติก มิลเนอร์ ก็สามารถเป็นแบ็คซ้ายที่เพอร์เฟ็คให้กับ คล็อปป์ ได้เหมือนกัน

การดูแลตนเอง

ต่อให้ในขณะนี้บอลสมัยใหม่ที่แพ้ชนะกันด้วยพลังในเเดนกึ่งกลาง มิลเนอร์ ก็กลับมาเฉิดฉันอีกทีในตำแหน่งนี้

รวมทั้งเมื่อมันแปลงเป็นงานประจำ เขาก็ปรับปรุงจากที่เคยเป็นตำแหน่งที่ไม่ถนัด แปลงเป็นตำแหน่งที่เขาถูกใจที่สุดไปเสียเเล้ว

“จะให้ผมตอบว่าผมเก่งตำแหน่งไหนที่สุดมันก็ค่อนจะบอกยาก แต่ว่าในด้านของผลงานนั้น ผมมีความคิดว่าน่าจะเป็นมิดฟิลด์นะ” มิลเนอร์ เอ๋ยถึงความเอนกประสงค์ของเขาก่อนที่จะขยายความต่อ

“แม้กระนั้นถึงแบบงั้นคุณต้องเล่นในที่ที่คุณถูกขอให้เล่น เมื่อคุณอยู่ในกลุ่มที่ต่างออกไป แต่ละกลุ่มก็อยากได้ข้อแตกต่างกันจากคุณ คุณต้องหาแนวทางที่จะกับกลุ่มให้ได้ และก็สลับตัวเองให้เป็นข้างที่กลุ่มอยากตัว”

การอยู่ผ่านสมัยผ่านยุคเป็นสิ่งที่การันตีว่า มิลเนอร์ ปรับนิสัยได้หลายประเภทโดยมองจากตำแหน่งการเล่น รวมทั้งเมื่อแก่ขึ้นไปบนก็ปรับปรุงตนเองและก็หาวิธีการเล่นที่สมควรให้กับตนเอง

เขาบริหารร่างกายอย่างนักจนกระทั่งร่างกายของเขาสามารถจัดการกับกระบวนการเล่นของบอลสมัยใหม่ที่จะต้องวิ่งมาก วิ่งอีกทั้งเกม ซึ่งนักฟุตบอลในวัยอย่างเขาน้อยคนจะทำเป็น

“ผมมีความคิดว่าผมค่อนข้างจะมีโชคกับอาการบาดเจ็บต่างๆรวมทั้งผมชอบมานะทำอะไรก็แล้วแต่เท่าที่ทำเป็นเพื่อตนเองได้โอกาสที่เยี่ยมที่สุด

ไม่ว่าจะเป็นการพินิจในเรื่องของกินแล้วก็การทำงานในโรงยิม ผมทำประเด็นนี้มาตั้งแต่ตอนต้นๆกับลีดส์แล้วก็นิวคาสเซิล ในประเด็นการเข้ายิมอะไรอย่างนั้น และก็ปรับปรุงขึ้นไปเรื่อย”

“ผมเพียงแค่บากบั่นจะสนับสนุนตนเอง ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาในอาชีพของผมบางทีอาจจะสัก 5-6 ปีกลาย คนอื่นบางทีอาจจะพูดว่า ‘คุณจำเป็นต้องประคับประคองหลักการทำงานของคุณสำหรับการฝึกหัด ลดปริมาณ แล้วก็จำนวนการฝึกหัดเพื่อต่ออายุการเล่น’ แล้วก็ผมไม่เห็นพ้องกับหัวข้อนี้เลยจริงๆ”

คุณได้มองเห็นเเล้วในทุกวันนี้ นักฟุตบอลวัย 36 ปี ไล่บดดินแดนกึ่งกลางรวมทั้งใช้ความคิดเล่นพร้อมๆกับร่างกาย ใช้การอ่านเกมลดการจำเป็นต้องออกแรงวิ่ง เเต่เมื่อถึงเวลาที่จะต้องไล่ตามเต็มฝีเท้าเขาก็มีพลังมากพอที่จะทำอย่างงั้น

หงส์แดง ของ เยอร์เกน คล็อปป์ เติบโตขึ้นทุกวี่ทุกวันตั้งแต่แมื่อเข้ามาคุมกลุ่มในปี 2015 … นักฟุตบอลผู้คนจำนวนมากที่ไม่ดีพอเพียงอีกทั้งร่างกายและก็ทัศนคติจะต้องย้ายออกไปผู้คนจำนวนมาก เหลือแค่จับมือจากกลุ่มชุดแรกในเวลาที่เขาเข้ามาและก็ยังอยู่กับกลุ่มในช่วงเวลานี้ … และก็ เจมส์ มิลเนอร์ เป็นหนึ่งในยอดขุนศึกที่คล็อปป์ชอบพูดดูอยู่ตลอด ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตาม

ทัศนคติดี อารมณ์เสียง่าย หายเร็ว

การดูแลตนเอง ไม่มีชีวิตการทำงานอาชีพไหนที่จะไม่เคยพบกับเรื่องที่ผิดหัวใจและก็เชิญให้อึดอัด มิลเนอร์ เองก็เป็นคนอารมณ์เสียง่ายคนหนึ่งแบบเดียวกัน แม้กระนั้นการโกรธของเขานั้นเป็นการโมโหง่าย หายเร็ว แม้ว่าเขาได้คำชี้แจงที่มีเหตุมีผลมากพอ

ยุคอยู่กับ นิวคาสเซิล ที่มีผู้จัดการทีมฟุตบอลเป็น แกรม ซูเนสส์ นั้น มิลเนอร์ เคยโดน ซูเนสส์ อ้างอิงผ่านสื่อว่า “คุณไม่มีทางชนะถ้าเกิดมีนักเตะอย่าง มิลเนอร์ อยู่ในกลุ่ม” ซึ่งประเด็นหลักที่ ซูเนสส์ จะสื่อเป็น ปีกอะไรแข็งทื่อเช่นเดียวกับหุ่นยนต์ ไม่มีลูกพลิกแพลงสำหรับเพื่อการดวล 1-1 เลย

ทีแรกๆ มิลเนอร์ โมโหอย่างมาก เขาเห็นด้วยว่าเป็นความเจ็บครั้งใหญ่ แต่ว่าแทนที่จะกลุ้มอกกลุ้มใจช้ำใจ เขาเลือกที่จะดำเนินงานให้หนักขึ้น หนักขึ้น รวมทั้งหนักขึ้น เมื่อช่องทางมาถึงก็รีบคว้าติดมือในทันที สิ่งจำเป็นเป็นทำมันด้วยความสม่ำเสมอตามแบบฉบับของเขา

“ใช่ มันเอาจริงเอาจังสำหรับเด็กวัยนั้น แต่ว่าผมมั่นใจว่า แกรม มิได้มีเจตนา บางทีอาจเกิดเรื่องการแปลความมากยิ่งกว่า เดี๋ยวนี้พวกเราสนทนากันตามเดิม ผมยังยกย่องเขาเสมอ” มิลเนอร์ ว่าไว้

ถึงแม้ว่าจะตอนที่เขาเล่นให้กับ หงส์แดง ภายหลังจากหมดสัญญากับ แมนฯ ซิตี้ มิลเนอร์ เองก็โกรธคล็อปป์เช่นกัน ที่ไม่ยินยอมใช้งานเขาในตำแหน่งที่ถนัด เขาเคยเกือบย้ายกลุ่มหนีเเล้วด้วย

แม้กระนั้นเมื่อ คล็อปป์ มาบอกกับเขาตามจริงว่ากลุ่มอยากได้นักฟุตบอลตำแหน่งนี้มากมาย ถ้าหากเขายอมทำงานมาก คล็อปป์ ยืนยันว่า มิลเนอร์ จะได้เป็นตัวจริงบ่อย แล้วต่อจากนั้นความโกรธเคืองก็แปลงเป็นพลัง ทำให้เขาเปลี่ยนเป็นตัวหลักตามคำสัญญา

ปัจจุบันเมื่อเร็วๆนี้ก็เป็นอีกทีที่ คล็อปป์ ออกมาบอกด้วยตัวเองว่า เขาเคยถูก มิลเนอร์ เข้ามาโวยวายภายหลังที่สลับตัว มิลเนอร์ ออกภายหลังจากเริ่มช่วงหลังไปได้ไม่นานทั้งที่ มิลเนอร์ ก็ปฏิบัติตามแทคติกที่ คล็อปป์ บรีฟมาทุกๆสิ่งทุกๆอย่าง ในเกมกับ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด เมื่อปี 2020

“เขามิได้ปราศจากความสุข ตอนพักครึ่งพวกเราปรับแผนหน่อยเดียว ครึ่งแรกไม่ลลียืนต่ำเหมือนตำแหน่งเบอร์ 6 คู่กับจินี (ไวจ์นัลดุม) ตอนที่ว่ากล่าวอาโก้ยืนสูงขึ้นมากยิ่งกว่า ไม่ลลีมีความรู้สึกเจ็บหมูแฮมสตริงบางส่วน พวกเราก็เลยบอกให้เขารอคุมเกม ส่งบอลให้มากยิ่งกว่าวิ่ง” คล็อปป์ กล่าว

“แม้กระนั้นพวกเราสลับตัวเขาออก พวกเราเพียงแค่คอยให้เคอร์ตำหนิสอบอุ่นร่างกายให้พร้อม หลังจากนั้นผมมองเห็นไม่ลลีวิ่งสปรินต์ไกลมาก ผมมีความรู้สึกว่าพวกเราพลาดจังหวะนั้นไป ผมไม่ค่อยสบายใจมากมายๆ”

“เขาออกมาจากสนามแล้วบอกว่า ‘คุณบอกให้ผมลงมายืนต่ำแล้วก็วิ่งให้น้อย แต่ว่าคุณก็สลับตัวผมออกเนี่ยนะ’ แล้วต่อจากนั้นเขากลับมาหาผม (ข้างหลังมองเห็นประตูของซาลาห์) และก็กล่าวว่า ‘มีเหตุมีผล ตกลงใจได้ดิบได้ดี ทุกสิ่งทุกอย่างโอเค’”

ความโมโหของ มิลเนอร์ จบลงง่ายๆด้วยเหตุผลที่หนักแน่น ถ้าหากกลุ่มได้ประโยชน์ เขายอมรับได้ทุกๆสิ่งทุกๆอย่าง อะไรก็ได้ที่เขาจะทำประโยชน์ให้กับกลุ่ม ถึงแม้ว่าจะหน้าที่ผู้เล่นสำรอง หากแม้เขาจะชังการเป็นตัวสำรองแค่ไหน เขาก็ยังคงปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างดียิ่ง…

“ตำแหน่งเดียวที่ มิลเนอร์ จะโกรธเป็นฟืนเป็นไฟถ้าเกิดคุณสั่งให้เขาไปอยู่ เป็นการให้เขาไปนั่งอยู่บนม้านั่งสำรอง เขาจะโกรธรวมทั้งขุ่นเคือง แม้กระนั้นเมื่อเกมเริ่ม ผมท้าทายให้ท่านไปพิจารณาความประพฤติปฏิบัติของเขาได้เลย

เขาจะเฝ้าเกมอย่างใจจดใจจ่อ ตวาดให้กำลังใจเพื่อนฝูงร่วมกลุ่ม มองหาเหตุผลว่ากลุ่มอยากอะไร เพราะอะไรเขาก็เลยมิได้ลงไปในสนาม … และก็สำหรับเพื่อการฝึกซ้อมภายหลังเกมนั้นเขาจะฆ่าข้อบกพร่องของตนที่เขาเห็นข้างใน 95 นาที”

“นี่แหละ เจมส์ มิลเนอร์ ไม่มีผู้ใดทำใหม่ได้สำหรับนักฟุตบอลอย่างนี้ ฉลาดหลักแหลม เอื้อเฟื้อ แล้วก็หัวใจใหญ่มากกว่าตับ” สิ่งที่ เปเยกรินี่ บอกตอบได้ทั้งหมดทุกอย่างเกี่ยวกับทัศนคติของเขา

ชีวิตการทำงานควรมีการเห็นต่าง โกรธกัน และไม่ถูกใจแนวทางที่บางบุคคลปฏิบัติต่อพวกเราบ้าง แต่ว่าที่สุดเเล้วถ้าหากคุณเป็นมือโปรมากพอ คุณจะสามารถวินิจฉัยประเด็นต่างๆได้ด้วยเหตุผลเสมอ

การนึกถึงผลสรุปของกลุ่มของ มิลเนอร์ เอามาสู่การเก็บผลจากการแข่งขันที่กลุ่มอยากได้หลายครั้ง เพราะฉะนั้นก็เลยเป็นเหตุผลว่าเพราะเหตุไรการโกรธรวมทั้งขุ่นเคืองสหายร่วมงานเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้เสมอ แต่ว่าจะเอื้อเฟื้อพอที่จะตรึกตรองความโกรธนั้นด้วยเหตุผลไหม