กันยายน 27, 2021

ผลบอลล่าสุด

อัพเดทผลบอลรวดเร็วทันใจ แบบเรียลไทม์

ดับฝันแมนซิตี้ สิงห์บลูส์โชว์ฟอร์มสุดเข้มแข็งข้างหลังปราบเอาชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ในเกมนัดหมายชิงแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

1 min read
ดับฝันแมนซิตี้

ดับฝันแมนซิตี้ จากประตูชัยของ ไค ฮาแวร์ทซ์ ทำให้ เชลซี ผงาดได้แชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ยุคที่ 2 ต่อจากปี 2012

ดับฝันแมนซิตี้ ด้าน โธมัส ทูเคิ่ล ข้างหลังอกหักจากนัดหมายชิงฯปีกลายมาฤดูกาลนี้คว้าโทรฟี่ยูซีแอลได้เสร็จ ตอนที่ “เรือใบสีฟ้า” ฝันค้างที่ซิวถ้วยบิ๊กเอียร์ยุคแรก และก็อดคว้า 3 แชมป์ในช่วงฤดูกาลนี้

บอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบชิงแชมป์ ป็นการเจอกันของสองกลุ่มจากพรีเมียร์ลีก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เจอกับ เชลซี โดยเรือใบสีฟ้า ผ่านเข้ามาชิงฯหนแรกแล้วก็มีลุ้นคว้าทริปเปิลแชมป์ในช่วงฤดูกาลนี้

หลังได้แชมป์พรีเมียร์ลีก แล้วก็ติดอยู่ราบาว คัพ ไปก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาแล้ว ส่วนทางฝั่ง “สิงห์บลูส์” จบท็อปโฟร์ในลีกรวมทั้งได้รองแชมป์ เอฟเอ คัพ มาแล้วที่ผ่านมา ซึ่งนัดหมายนี้พร้อมลุ้นแชมป์ยุคลำดับที่สองข้างหลังเคยทำยุคแรกเมื่อปี 2012

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ลุ้นแชมป์รายการนี้เป็นยุคที่ 3 ของตนเอง ข้างหลังปัจจุบันพา บาร์เซโลน่า ได้แชมป์เมื่อปี 2008–09, 2010–11 เกมนี้จัดชุดใหญ่ส่งสามแนวรุกอย่าง ริยาด ม่าห์เรซ, ราฮีม สเตอร์ลิง และก็ ฟิล โฟเด้น โดยมี เควิน เดอ บรอยน์ ปั้นเกมอยู่ด้านหลัง

เวลาที่ฝั่ง โธมัส ทูเคิ่ล ซึ่งฤดูที่แล้วพา เปแอสเช เข้าชิงก่อนที่จะได้เพียงแค่รองแชมป์ เกมนี้หวังพา “สิงห์บลูส์” ซิวแชมป์ให้ได้อีกรอบ แนวรุกวันนี้ให้ เมสัน เม้าน์ท ปั้นเกมรุกร่วมกับ ไค ฮาแวร์ทซ์ โดยทิ้ง ติเตียนโม แวร์เนอร์ เป็นหน้าเป้า ผลบอลเมื่อคืน

เริ่มครึ่งแรกมาได้เพียงแค่ 3 นาที ว่ากล่าวโม แวร์เนอร์ ได้ขึ้นบอลมาด้านขวาก่อนเฉือนเข้าในกรอบให้ ไค ฮาแวร์ทซ์ แหวกถึงเส้นข้างหลังก่อนที่จะล้มตัวเปิดไปเข้ามือ เอแดร์ชอน

แล้วต่อจากนั้น นาทีที่ 8 แมนฯสิตี้ เกือบจะได้ลุ้นบ้างตอนนี้ เอแดร์ชอน โมราเอส วางบอลจากหน้าประตูตนเองให้ ราฮีม สเตอร์ลิง หลุดโดดเดี่ยวเข้าไปก่อนที่จะหลบ เอมองอาร์ เมนดี้ ไปสุดแต่ตอกส้นไปติดเมนดี้ออกข้างหลังอีกครั้ง

เกมเปิดแลกเปลี่ยนกันสนุกสนาน นาที14 สิงห์บลูส์ ทิ้งช่องทางขึ้นนำข้างหลัง เมสัน เมาน์ท หลุดขึ้นไปในกรอบทางด้านซ้ายก่อนที่จะหักเข้ากึ่งกลางประตูให้ ติเตียนโม แวร์เนอร์ วิ่งมาซัดด้วยขวาแม้กระนั้นไปตรงตัว เอแดร์ชอน รับไว้ได้

ดับฝันแมนซิตี้

ต่อมาไม่ถึงนาที เมาน์ท จ่ายทะลุช่องให้ ติโม แวร์เนอร์ หลุดเข้าไปทางด้านซ้ายอีก

แม้กระนั้นครั้งนี้เจ้าตัวซัดมุมแคบหลุดกรอบเข้าข้างตาข่ายแบบโชคร้ายนาที28 ผู้ร่วมทีมของ เป๊ป หวุดหวิดได้เฮข้างหลัง เควิน เดอ บรอยน์ หลุดเข้าไปในกรอบทางซ้ายแล้วไหลไปหน้าประตูให้ ฟิล โฟเด้น ใส่เข้ามาซัดด้วยซ้ายแม้กระนั้นยังไปติดบล็อคของ รือดิเกอร์ ก่อนเข้ามือ เอมองอาร์ เมนดี้ รับไว้ได้ ควรจะรีบปล่อย

นาที37 เชลซี สวนกลับขึ้นมาเร็ว เอ็นโกโล่ ก็องเต้ พาบอลควบขึ้นมาก่อนแทงออกขวาให้ ไค ฮาแวร์ทซ์ มานะลากตัดเข้าไปยิงแม้กระนั้นโดน สินศาสนาเชนเก๋ ตัดบอลไปได้ ก่อน “เรือใบสีฟ้า” จะได้ลุ้นสม่ำเสมอจาก ริยาด ซาตานเรซ ลากเลื้อยเข้าไปก่อนครึ่งหนึ่งยิงครึ่งหนึ่งผ่านไปเข้ามือ เอมองอาร์ เมนดี้

นาที39 โธมัส ทูเคิ่ล จำเป็นต้องสลับตัวคนแรกข้างหลัง ว่ากล่าวอาโก้ สิลวา มีลักษณะอาการซึ่งรู้สึกเจ็บเล่นต่อไม่ไหวจะต้องส่ง อันเดรียส คริสเตนบวงสรวง ลงเล่นแทนจนกระทั่ง นาที42 แฟนสิงห์บลูส์ที่ตามมาเชียร์ได้เฮกันลั่นสนาม

เมื่อเชลซี มาได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะที่ เมสัน เมาน์ท ส่งบอลจำพวกคิลเลอร์พาสให้ ไค ฮาแวร์ทซ์ หลุดโดดเดี่ยวเข้าไปก่อนแตะต้องหลบ เอแดร์ชอน แล้วยิงด้วยซ้ายเตียนๆเข้าไป แล้วก็เป็นประตูแรกในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ของจอมบุกกลุ่มชาติเยอรมันในช่วงฤดูกาลนี้

กลับมาบู๊กันต่อในช่วงหลัง นาที55 เกมจะต้องหยุดชั่วคราวข้างหลัง เควิน เดอ บรอยน์ โดน อันโตนิโอ รือดิเกอร์ อัดเข้าไปโดนหัวจนกระทั่งล้มลงไป ก่อนกลุ่มหมอของเรือใบสีฟ้าแล้วก็เป๊ปไตร่ตรองแล้วว่าเล่นต่อไม่ไหวจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงเอา กาเบรียล เชซุส ลงไปเล่นแทน

นาที60 ราฮีม สเตอร์ลิง ได้ทดลองอัดในกรอบบอลพุ่งไปติด รีซ เจมส์ ถึงแม้หน้าแข้งเรือใบจะวิ่งมาฟ้องผู้ตัดสินว่าบอลไปโดนแขน แต่ว่าภายหลัง อันโตนิโอ มาเตว ลาออซ รับสัญญาณจากห้องวีเออาร์แล้วไม่ให้จุดลูกโทษเนื่องด้วยบอลมาโดนรอบๆอกของ เจมส์

นาที64 เป๊ป แก้เกมอีกเปลี่ยนแปลงเอา แฟร์นันดินโญ่ ลงไปเล่นแทน กางร์ที่นาร์โด สิลวา อีกสองนาทีต่อมา “สิงห์บลูส์” ส่ง คริสเตียน พูลิสิช ลงไปเล่นแทน ตำหนิโม แวร์เนอร์

นาที73 เชลซี ทิ้งนาทีทองที่จะยิงเม็ดลำดับที่สองนำห่างข้างหลัง ไค ฮาแวร์ทซ์ ฉุดกระชากบอลจากครึ่งสนามเข้ามาก่อนดึงจังหวะแล้วจ่ายให้ คริสเตียน พูลิสิช หลุดเข้าไปซัดหลุดกรอบออกข้างหลังอย่างโชคร้ายด้านหลังเกมหากว่าสมาชิกของ เป๊ป จะโหมบุกเข้าใส่แต่ว่ายังไม่อาจจะเจาะเข้าไปในโซนอันตรายของเชลซีได้เลย

จบเกม เชลซี เชือดเอาชนะ แมนฯสิตี้จวนเจียน 1-0 ผงาดครองแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เป็นยุคที่ 2 ต่อจากปี 2012 ส่วน “เรือใบสีฟ้า” อกหักชวดได้แชมปม์ยุคแรก และก็อดสร้างประวัติศาสตร์ได้สามแชมป์ในช่วงฤดูกาลนี้ https://www.mountainhighmusicfest.com