มีนาคม 1, 2021

ผลบอลล่าสุด

อัพเดทผลบอลรวดเร็วทันใจ แบบเรียลไทม์

มีพลิกแน่ โซลชาเชื่อตารางพรีเมียร์ฯจะเปลี่ยนแปลงช่วงบ็อกซิ่งเดย์

1 min read
มีพลิกแน่

มีพลิกแน่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ให้สัมภาษณ์ผ่านเว็บไซด์ชมรม โดยมั่นใจว่ายังเร็วเกินไปที่จะกังวลกับชั้นในตารางพรีเมียร์ลีกตอนนี้

มีพลิกแน่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กุนซือ “ปีศาจแดง” แมนฯยูไนเต็ด กลุ่มดังพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ให้สัมภาษณ์กับ เว็บไซด์สมาพันธ์เกี่ยวกับตารางคะแนนพรีเมียร์ลีก ในตอนนี้ โดยนายใหญ่ผีแดง มั่นใจว่า ยังเร็วเกินความจำเป็นที่จะกังวลกับชั้นในตารางพรีเมียร์ลีกในขณะนี้เพราะว่าข้างหลังตอนโปรแกรมบ็อกซิ่งเดย์ ชั้นมีเปลี่ยนแน่

มีพลิกแน่

มีเวลาพักนิดหน่อย หลังจากเดินทางไปเตะกับ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ในวันพฤหัสบดี ก่อนจะเปิดบ้านเจอกับ ลีดส์ ยูไนเต็ด ในวันอาทิตย์ที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด

โดยถึงแม้ว่าในสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เหล่ากลุ่มนำจะพากันทำแต้มตก ไม่ว่าจะเป็นเกมที่ แมนเชสเตอร์ดาร์บี้ รวมทั้ง สเปอร์ส และก็ หงส์แดง ที่ต่างก็เก็บเพิ่มได้เพียง แค่แต้มเดียว

หลังกลุ่ม ไก่เดือยทองคำ บุกเสมอ คริสตัล พาเลซ 1-1 รวมทั้ง ลิเวอร์พูล บุกเสมอฟูปาดม ในสกอร์เสมอกัน ส่วน เชลซี ถูก เอฟเวอร์ตัน เฉือนชนะไป 1-0โดย แม้จะอยู่ในชั้น 8 ของตาราง แต่ว่าพวกเขา มีแต้มตามหลังจ่าฝูงอย่าง สเปอร์ส แค่เพียง 5 คะแนนแค่นั้น

กับหัวข้อนี้โซลชา ได้พูดว่า “รู้ไหม ผมมีความรู้สึกว่าช่วงคริสต์มาส ตอนที่มีปริมาณเกมเตะถี่ในระยะเวลาสั้นๆแน่ๆว่าจะมีการเปลี่ยน ตำแหน่งในตารางคะแนนแน่” ผลบอลล่าสุด

“พวกเรามีช่วงสำคัญของฤดูช่วงคริสต์มาส ข้างหลังเข้าสู่ปีใหม่รวมทั้งพักนิดหน่อยกับ เอฟเอคัพ แล้วก็บางทีพวกเราบางทีก็อาจจะมองเห็นอะไรที่แจ่มกระจ่างขึ้นว่ามันจะคืออะไรสำหรับเรา ปัจจุบันนี้พวกเราฟื้นจากความแพ้พ่ายจากเกมยุโรป กับไลป์ซิกข์แล้ว แล้วก็พวกเราปรารถนาสามแต้ม ในวันเสาร์ แม้กระนั้นไม่สามารถทำเป็น”

มีพลิกแน่ โดยถ้าเกิดยูไนเต็ด สามารถคว้าชัยชนะต่อเนื่องกันกับ2กลุ่มจากยอร์กเชียร์ ในอาทิตย์นี้ ก่อนไปเล่นเกมติดอยู่ราบาวคัพ รอบก่อนรองชนะเลิศ กับ เอฟเวอร์ตัน ได้ มันอาจส่งผลให้ตารางคะแนนของกลุ่มดูดีขึ้น ถึงแม้ในเวลานี้จะอยู่เพียงแค่ชั้นแปดก็ตาม

ซึ่งเกมบ็อกซิ่งเดย์ แมตช์ที่จำเป็นต้องไปเยี่ยม เลสเตอร์ ก็เลยนับว่าเป็นช่วงสำคัญ และก็อย่างที่โซลชาพูดว่า ตำแหน่งในตารางอาจมีความเคลื่อนไหวในขณะนี้ ก่อนที่จะเดินหน้าสู่ปี 2021ถัดไป

แมนเชสเตอร์ดาร์บี้ครั้งนี้เป็นเกมที่เน้นการสู้กันในดินแดนกึ่งกลางเป็นส่วนมากและก็แม้ว่า “ผีแดง” จะจบเแมตช์ด้วยการมีเปอร์เซ็นต์ครอบครองบอลน้อยกว่ากลุ่มเยือน แมนฯ ซิตี้ ถ้าว่าเมื่อมองในเกมแล้วมิดฟิลด์แต่ละคนของกลุ่มต่างส่งผลงานยอดเยี่ยมทีเดียว จัดไปลิเวอร์พูล

เริ่มจาก ปอล ป็อกบา ที่ทำเซอร์ไพรส์กับการออกสตาร์ทตัวจริงท่ามกลางกระแสย้ายกลุ่มที่หนาหูในตอนสัปดาห์ก่อนหน้าที่ผ่านมา เจ้าตัวยังแสดงความเป็นมืออาชีพให้เห็น การครอบครองบอลของ ป็อกบา สร้างผลดีมากมายในเกมนี้แม้ว่าจะจำต้องใช้เวลาจับจังหวะเกมอยู่พอควร เขาสร้างจังหวะให้เพื่อนฝูงร่วมกลุ่ม 2 ครั้งรวมทั้งเลี้ยงผ่านคู่ปรปักษ์อีก 2 ครั้ง

มีพลิกแน่

ส่วนเฟร็ดนั้นคงจะโดดเด่นที่สุดในแผงกลางนัดนี้ เขาจัดการกับดินแดนกึ่งกลางของ “เรือใบสีฟ้า” เจริญแม้จะจำเป็นต้องพบกับปัญหาเจ็บก่อกวน ช็อต “ซีดาน-เทิร์น” รวมทั้งแตะต้องหลบอีกหนึ่งจังหวะคงจะสร้างความตรึงใจให้แผนผีไม่น้อยทีเดียว

มีพลิกแน่ ไม่ใช่ว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไม่มีช่องทางในเกมนี้แต่ว่าความดุเดือดสำหรับในการจบสกอร์ของพวกเขานั้นหายไปดื้อๆต่างจาก 2 นัดหมายในลีกที่ผ่านมา พวกเขามีโอกาสยิง 9 ครั้งแม้กระนั้นยิงตรงกรอบเพียงแค่ 2 ครั้งเพียงแค่นั้นกับเปอร์เซ็นต์ครองบอลทั้งหมด 54%

4 แนวรุกที่เป็นความหวังของกลุ่มงัดฟอร์มเก่งออกมาไม่ได้ เริ่มตั้งแต่ตำแหน่งแนวรุก โดยหลังจากที่ เซร์คิโอ อเกวโร่ ไม่พร้อมสำหรับเกมนี้ทำให้เป็นช่องทางเป็นของ กาเบรียล เชซุส แม้กระนั้นเขาช่วยกลุ่มได้น้อยมากรวมทั้งมีโอกาสอ้ายิงเพียงแค่ครั้งเดียวเพียงแค่นั้น

ในเวลาที่ ราฮีม สเตอร์ลิง ไม่เชื่อก็จะ ต้องเชื่อว่า เขายังยิงประตู ไม่ได้เลยในขณะที่เคยพบ “ผีแดง” มาแล้วถึง 22 นัดหมาย รวมทั้งคราวนี้เขาก็โดน อารอน วาน-บิสซาก้า ประกบกระทั่งเล่นไม่ออกอีกดังที่เคย ส่วน ริยาด มาห์เรซ​ ก็มีโอกาสที่จะสร้างไม่เหมือนกันให้กับกลุ่มภายหลังจากได้โอกาสทองหลุดเดี่ยวไปดวลตัวต่อตัว แต่ว่าเขากลับยิงติดเซฟของ เด เคอา

มีพลิกแน่ สำคัญที่สุดเลยคือ เควิน เดอ บรอยน์ จอมทัพของกลุ่ม ถ้าจะเทียบกับเพลย์เมคเกอร์ของอีกข้างอย่าง บรูโน่ แฟร์นันด์ส และจัดว่าฟอร์มด้อยกว่าพอควรแล้วก็มีผลในแนวรุกน้อยกว่าฝั่งเจ้าบ้าน การออกบอลของเขาต่ำลงมากยิ่งกว่ามาตรฐานไปหน่อยแต่อาจจะต้องยกเครดิตให้ฝั่ง แมนฯ ยูไนเต็ด ด้วย

ในตอนที่แนวรุกของ “ผีแดง” ต่างโชว์ฟอร์มกันน่าผิดหวังหลายๆคนเกมรับของพวกเขากลับทำผลงานเด่นมากเหลือเกินกระทั่งมีส่วนช่วยให้กลุ่มรอดเสียประตูอยู่หลายหน

ฤดูนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด เลือกที่จะเสริมกองทัพแนวรับเพียงแค่ตำแหน่งตัวบุกปีกซ้ายเพียงผู้เดียว ทั้งๆที่กระแสแฟน “เร้ด อาร์มี่” อยากให้กลุ่มดึงกองหลังตัวกลาง คนใหม่เข้ามา มันก็เลยเป็นบทพิสูจน์ว่า โซลชา คิดถูกหรือเปล่าที่เคยพูดว่า “สำหรับผมพวกเรามีเซนเตอร์แบ็กที่ดีพอเพียงณ ตอนนี้” แต่ว่าหลังจากผ่านมาทั้งปวง 10 นัดหมายในลีก กลุ่มกลับเสียประตูถึง 17 ลูกแล้ว ในขณะที่ใน ชปล. พวกเขาเสียถึง 10 ประตู คำตอบมันก็เลยค่อนไปทางคิดผิดเสียมากกว่า

อย่างไรก็ตามเกมนี้แผงแผงหลังมีส่วนช่วยเยอะมากทั้งสองกองหลังตัวกลาง โดยเฉพาะทางฝั่ง แฮร์รี่ แม็กแกว่งร์ ที่มีสถิติตัดบอลและก็บล็อกลูกยิงอย่างละ 3 ครั้ง, แท็กเกิ้ลรวมทั้งจัดการบอลอย่างละ 2 ครั้ง ด้านตัวบุกปีกขวา อารอน วาน-บิสซาก้า ก็ไม่น้อยหน้า เขาทำให้เกมรุกฝั่งซ้ายของ แมนฯ​ซิตี้ เป็นอัมพาต โดยเจ้าตัวมีสถิติตำแหน่งแท็กเกิ้ล 4, เคลียร์บอล 3 แล้วก็ ตัดบอล 2 ครั้ง

แม้กระนั้นที่ฟอร์มต้องใจมากที่สุดเห็นจะเป็น ลุค ชอว์ ซึ่งก่อนเกมมีคนจำนวนไม่น้อยตั้งคำถามว่าทำไมถึงเป็นตัวเลือกในตำแหน่งตัวบุกปีกซ้ายก่อน อเล็กซ์ เตลลิส แม้กระนั้นเจ้าตัวก็พิสูจน์ให้มองเห็นแล้ว เขาก็มีดีที่เกมรับเช่นเดียวกันภายหลังจากทำแท็กเกิ้ลไปๆมาๆกที่สุดในกลุ่ม 4 ครั้ง เลี้ยงผ่านคู่แข่งอีก 3 ครั้ง

การเสมอกับ แมนฯสิตี้ ที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด ยังคงทำให้ “ผีแดง” ชนะเกมลีกในบ้านเพียงแต่นัดหมายเดียวเพียงแค่นั้น โดยเป็นการชนะ เวสต์บรอมวิช แบบโรคหืดจับอีกด้วย นอกจากนั้นยังมีสถิติที่เพิ่มอีกเป็น แมนฯ ยูไนเต็ด พลาดทำประตูเกมลีกในบ้านเป็นครั้งที่ 3 ของฤดูนี้ซึ่งนับว่ามากยิ่งกว่าทั้งยังฤดูที่แล้วรวมกันเสียอีก

งานนี้โซลชาอาจจะจะต้องปรับแต่งฟอร์มในบ้านโดยด่วนถ้าหวังจะทำคะแนนสู้กับบรรดากลุ่มหัวตารางซึ่งเกมในบ้านครั้งต่อไปนับว่าเป็นแมตช์สำคัญเมื่อพวกเขาจำเป็นต้องทำศึก “สงครามกุหลาบ” ในตำนานกับ ลีดส์ ยูไนเต็ด มันคงจะเป็นเวลาสวยยามดีสำหรับ โซลชา ที่จะทำให้ โอลด์ แทรฟฟอร์ด กลับมาเป็นป้อมปราการเสียที

ฤดูที่แล้ว แมนฯ ยูไนเต็ด เป็นกลุ่มที่เก็บผลการแข่งขันก้าวหน้ามากมายเมื่อพบกับกลุ่มในกลุ่มบิ๊กซิกซ์ร่วมกัน แต่ฤดูนี้มันกลายเป็นตรงกันข้าม “ผีแดง” พบกับกลุ่มในบิ๊กซิกซ์มาทั้งผอง 4 นัด พวกเขาสะกดคำว่า “ชนะ” ไม่เป็นเลย โดยมีแพ้ให้ สเปอร์ส กับ อาร์เซน่อล และก็เสมอ เชลซี กับ แมนฯ ซิตี้ กลายเป็นกลุ่มที่เก็บแต้มน้อยที่สุดจากการเจอกันในกลุ่มบิ๊กซิกซ์