กรกฎาคม 25, 2021

ผลบอลล่าสุด

อัพเดทผลบอลรวดเร็วทันใจ แบบเรียลไทม์

เห็นด้วยไหม 4 ปัจจัยหลักทำลิเวอร์พูลฟอร์มตก(แทบ)หมดลุ้นป้องกันแชมป์ลีก

1 min read
เห็นด้วยไหม

เห็นด้วยไหม หงส์แดง ทำผลงานได้อย่างตกอับสุดๆภายหลังจากเกมลีกผ่านไป 23 แมตช์ในช่วงฤดูกาลนี้

เห็นด้วยไหม ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับผลงานเมื่อฤดูกาลก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาในขณะเดียวกัน พวกเขาทำแต้มได้น้อยกว่าถึง 16 คะแนน ซึ่งแน่ๆว่าเกิดเรื่องที่น่าผิดหวังสำหรับสาวก “เดอะ ค็อป” อย่างยิ่ง

เห็นด้วยไหม

ในตอนต้นฤดูนี้ “ลิเวอร์พูล” ยังรักษาฟอร์มยอดเยี่ยมเอาไว้ได้ ถึงแม้พวกเขาจะประสบพบเจอปัญหานักฟุตบอลหลักได้รับบาดเจ็บผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อย แต่ว่ายังคงทำผลงานได้อย่างสะดุดตารั้งหัวหน้าฝูงมาตลอด จนกว่าไปสู่ธ.ค. ฟอร์มก็เบาๆสะดุดบ้าง แต่ว่ายังประคับประคองไปได้ ผลบอลล่าสุด

จนถึงช่วงคริสต์มาสฯลฯผลงานของ “เดอะ เร้ดส์” ตกกราวรูดอย่างน่าตกใจ แม้ว่าจะฟื้นมาได้ 2 แมตช์ในเกมผลาญ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ กับ เวสต์หมูแฮม ยูไนเต็ด แม้กระนั้นในที่สุดฟอร์มก็กลับมาทรุดโทรมอีกทีในเกมแพ้ ไบรท์ตัน และก็ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทำให้ปัจจุบันนี้พวกเขาแทบหมดลุ้นแชมป์ลีกไปแล้ว แถมท็อปโฟร์ก็จำเป็นต้องลุ้นหนักด้วยเหตุว่าโดน เชลซี กับ “เดอะ แฮมเมอร์ส” ไล่บี้เหลือเพียงแค่แต้มเดียวเพียงแค่นั้น

เห็นด้วยไหม ทุกๆกลุ่มมีปัญหาผู้เล่นเจ็บ แม้กระทั้ง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก็จำต้องเจอกับปัญหานี้แม้กระนั้นฟอร์มการเล่นของพวกเขายังคงติดลมบนทั้งที่ไม่มีผู้นำกองทัพอย่าง เควิด เดอ บรอย์น กับ เซร์คิโอ อเกวโร่ แผงหน้าชาวอาร์เจนไตน์ก็ตาม

สำหรับ หงส์แดง พวกเขาจำต้องเสียกองหลังตัวกลาง สำคัญอย่าง เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ ไปตั้งแต่ต้นฤดูกาล ภายหลังที่โดน จอร์แดน พิคฟอร์ด เข้าแทงอย่างน่ารังเกียจในเกมเมอร์ซี่ย์ไซด์ ดาร์บี้แมตช์ ซึ่งทำให้เขาบางทีอาจจะหมดสิทธิ์กลับมาช่วยกลุ่มในช่วงฤดูกาลนี้

การมี ปราการหลังชาวดัตช์ รอปฏิบัติภารกิจคุมเกมรับให้กับกลุ่ม ทำให้ “เดอะ เร้ดส์” เสียประตูน้อยมาก ซึ่งเขาเป็นตัวต่อในที่สุดที่นำชมรมคว้าชัยชนะพรีเมียร์ลีก เมื่อฤดูกาลก่อนหน้าที่ผ่านมา โดยเหตุนี้การที่ไม่มี ฟาน ไดค์ นับว่าเป็นเรื่องที่เสียหายเป็นอย่างมากสำหรับ หงส์แดง

“ความวัวไม่ทันหาย ความควายเข้ามาแทรก” เนื่องจากอีกไม่กี่อาทิตย์ โจ โกเมซ ได้รับบาดเจ็บหนักเวลาที่ฝึกกับกลุ่มชาติอังกฤษ นี่ก็คืออีกหนึ่งความโชคร้ายของ “ลิเวอร์พูล” เพราะว่ากลุ่มเหลือกองหลังตัวกลาง อาชีพเพียงแค่ผู้เดียวซึ่งก็คือ โฌแอล มาติป เหตุเพราะพวกเขาดันปลดปล่อย เดจนถึง ลอฟเรน ออกไปในตอนซัมเมอร์ก่อนหน้าที่ผ่านมา ทางการแมนยู

เห็นด้วยไหม

จนตราบเท่าปัจจุบัน มาติป ก็เป็นอีกรายที่เจอโรคเดี้ยงโจมตีและก็หมดสิทธิ์ลงสู่สนามให้กับกลุ่มในช่วงฤดูกาลนี้เป็นระเบียบแล้ว ยังไม่หมดเท่านั้นเนื่องจากพวกเขายังขาด ดีโอโก้ โชต้า แนวรุกฟอร์มแรงไปอีกราย แล้วก็ นาบี เกอิต้า ซึ่งผู้เล่นกลุ่มนี้นับว่าเป็นกำลังสำคัญของกลุ่ม

เห็นด้วยไหม โดยเหตุนี้การบาดเจ็บที่ พบในฤดูกาลนี้นับว่ายิ่งนักสาหัสจนกระทั่งทำให้ คล็อปป์ ไม่เคยรู้ว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร ด้วยเหตุนี้ทำให้เขาจำต้องใช้งานนักฟุตบอลเท่าที่มีอยู่ ซึ่งจำต้องเห็นด้วยว่าขุมกำลังในกลุ่มดันฟอร์มตกด้วย ก็เลยยิ่งทำให้ผลงานของ ตกตลอดหมดอย่างที่มองเห็น

สไตล์การเล่นของหงส์แดงภายใต้การกุมบังเหียนของ เจอร์เก้น คล็อปป์ เต็มไปด้วยความดุเดือดอย่างกับพายุ บางคนยกให้เป็นเกมบุกแนวเฮฟวี่ เมทัล ด้วยเหตุว่าพวกเขา มีสไตล์การเล่น ที่วิ่งไม่มีหยุด ไล่กดดันคู่แข่งจนถึงไม่ว่างที่กำลังจะได้ ครอบครองบอล

การเล่นฟุตแบบเกเก้นเพรสซิ่ง ที่เน้นแย่บอลกลับมาเล่นให้เร็วที่สุด และก็เปิดเกมบุกสวนกลับแบบสายฟ้าฟาด เป็นจุดแข็งของ “ลิเวอร์พูล” ตั้งแต่แมื่อที่ คล็อปป์ เข้ามากุมบังเหียน แล้วก็ระบบอย่างนี้ทำให้เกิดผลเสียเป็นอย่างมากต่อสภาพร่างกาย

ถ้าหากเป็นฤดูกาลธรรมดาแน่ๆว่า สามารถเล่นในสไตล์แบบงี้ได้อย่างสบายๆเนื่องจากว่า คล็อปป์ ได้ต้มกรำสมาชิกจนตอนนี้ร่างกายของพวกเขาเคยชินกับการเล่น “เกเก้นเพรสซิ่ง” ไปแล้ว แม้กระนั้นนี่เป็นฤดูที่ความบ้าคลั่งที่นักฟุตบอลลงเล่น ถี่ยิบแบบสามวันต่อเกม โดยเหตุนี้ก็เลยเกิดเรื่องยากที่เหล่าพรรคพวก จะรู้สึกตัวสภาพร่างกายได้เร็ว

เห็นด้วยไหม จริงๆแล้ว คล็อปป์ บางครั้งอาจจะใช้การโรเตชั่นเพื่อตัวสำรองได้ลงมาช่วยผู้เล่นหลัก แม้กระนั้นด้วยการที่กลุ่มมีขุมกำลังเชิงลึกออกจะด้อยกว่าพวก “ท็อปซิกซ์” ประกอบกับนักฟุตบอลสำคัญโดนโรคเดี้ยงทำร้ายเข้าไปอีก งานนี้ก็เลยเกิดเรื่องยากที่จะใช้การโรเตชั่นเข้ามาช่วยกลุ่ม

ลองนึกดู โมฮาเหม็ด ซาลาห์, ซาดิโอ มาเน่ แล้วก็ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ลงเล่นหลายเกมจนกระทั่งท้ายที่สุดฟอร์มสะดุ แถมบางบุคคลยังได้รับบาดเจ็บ ส่วนจะส่งผู้เล่นบุคคลอื่นลงไปแทนอย่าง โชต้า ก็ดันมาได้รับบาดเจ็บ พอได้ เซอร์ดาน ชากีรี่ ก็เพิ่งจะฟิตสมบูรณ์ทำให้ฟอร์มไม่คงเดิม เวลาที่ ดิว็อค โอริกี้ ไม่ต้องพูดถึง ไร้ประโยชน์สิ้นดี

จะต้องสารภาพกล่าวถึงฤดูกาลที่คลั่งแบบงี้ การมีขุมกำลังเชิงลึกที่ไม่สมบูรณ์ แถมยังมาพบกับการบาดเจ็บที่รุมเร้าผู้เล่นหลักพร้อม แน่ๆว่าสิ่งพวกนี้ส่งผลกระทบอย่างยิ่ง

วิกฤติแผงหลังเจ็บส่งผลเสียอย่างแรงไปถึงแผงมิดฟิลด์ของหงส์แดง ด้วยเพราะเหตุว่าโน่นทำให้ตำแหน่งกองกลางที่มีชื่อเสียงว่าหนักแน่นสุดๆในลีกแปลงเป็นจุดอ่อนโดยทันที เพราะเหตุว่าพวกเขาจำเป็นต้องใช้ 2 นักฟุตบอลหลักไปยืนเป็นเซนเตอร์แบ็กชั่วคราว

ฟาบินโญ่ โดน คล็อปป์ จับไปเล่นเป็นปราการหลังตัวกลางนับจากที่ ฟาน ไดค์ ได้รับบาดเจ็บหนัก โดยเขาปฏิบัติหน้าที่นี้เจริญเลิศเลอ ถึงแม้อาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีจังหวะโฉ่งฉางไปบ้าง แม้กระนั้นสำหรับผู้เล่นดินแดนกึ่งกลางที่จะต้องมายืนเป็นกองหลังตัวกลาง จัดว่าดีแล้ว

ขณะเดียวกัน จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ก็จำเป็นต้องขยับลงมาปฏิบัติภารกิจบ้างในบางเกม ในเรื่องที่ ฟาบินโญ่ เจ็บหรือ มาตำหนิป เดี้ยง แต่ว่าในระยะหลังๆเขาจำต้องยืนเป็นเซนเตอร์แบ็กเสมอๆโน่นทำให้แผงมิดฟิลด์ของ ขาดคุณภาพไปเยอะแยะ

ในเกมแพ้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 1-4 ผู้เล่นอีกทั้ง 2 คนจำต้องไปเยี่ยมเป็นกองหลังตัวกลาง หากว่าพวกเขาจะปฏิบัติหน้าที่เจริญ แต่ว่ามันนำมาซึ่งการทำให้แผงกองกลางของ “เดอะ เร้ดส์” อ่อนฮวบไม่อาจจะต่อกรกับดินแดนกึ่งกลางที่ดุเดือดของ “เรือใบสีฟ้า” ได้เลย

เป็นที่เข้าใจกันดีว่า ฟาบินโญ่ ปฏิบัติภารกิจในตำแหน่งผู้เล่นเบอร์ 6 หรือโฮลดิ้ง กองกลางได้อย่างดียิ่ง แล้วก็กับสไตล์ของหงส์แดงซึ่งสามารถแปลงเกมรับให้เป็นเกมรุกแบบสายฟ้าฟาด โดยหน้าที่นี้เป็นของ ติเตียนอาโก้ อัลกันตาร่า ซึ่งชอบย้ำการครอบครองบอลจนถึงทำให้กลุ่มขาดความเกี่ยวเนื่องสำหรับการเล่นเกมบุก

ในช่วงเวลานี้เกมรุกสไตล์คล็อปป์ ยังไม่สามารถที่จะปรับให้กับกระบวนการเล่นแบบงี้ได้ ในเวลาเดียวกัน สตาร์ดังชาวสแปนิช ก็ยังไม่สามารถที่จะแงะฟอร์มเก่งของเขา ออกมาได้เมื่อจะต้องลงสู่สนามด้วยระบบ 3 มิดฟิลด์ของ “ลิเวอร์พูล”

แอนฟิลด์ไม่มีแฟนบอลแม้กระนั้นสมาพันธ์อื่นๆก็พบกับเหตุการณ์แบบงี้เหมือนกันก็เลยไม่สามารถเอามาเป็นข้อแก้ตัวเรื่องฟอร์หล่นตลอดหมดได้ ที่สำคัญ ความทรุดโทรม กับการเล่นในบ้านพึ่งจะมาเกิดขึ้นนับจากช่วงคริสต์มาสก่อนหน้านี้

สามารถต่อกร กับการที่พวกเขา ไม่มีเสียงเชียร์ของเหล่าสาวก “เดอะ ค็อป” ตั้งแต่ที่เกมลีกกลับมาฟาดครั้งกันต่อเมื่อมิ.ย.ก่อนหน้านี้ แล้วก็พวกเขายังสามารถรักษาสถิติไม่มีแพ้เกมลีกในแอนฟิลด์ได้โดยตลอด จนตราบเท่าทุกสิ่งทุกอย่างจบเมื่อเดือนมกราคมก่อนหน้าที่ผ่านมา

จำต้องสารภาพว่าก่อนหน้าที่ผ่านมาทุกๆกลุ่มที่มาเยี่ยม แอนฟิลด์ จะต้องมีอาการขาสั่น แต่ว่าภายหลังที่สนามไม่มีคนมองตามมาตรการคุ้มครองการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 บรรดาคู่ปรับที่มายังสนามที่นี้มิได้รู้สึกหวาดหวั่นอีกต่อไป

ลองนึกดูในเกมที่เจอกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เหตุการณ์จะคืออะไรเมื่อ “ลิเวอร์พูล” สามารถไล่ตีเสมอ 1-1 แน่ๆว่าแฟนบอลอาจจะแผดเสียงกระตุ้นให้พวกเขาเดินหน้าไล่อัด “เรือใบสีฟ้า” ช่วงเวลาที่คู่แข่งขันคงจะใจหาย กระนั้นมันก็ไม่ใช่ข้ออ้างด้วยเหตุว่ากลุ่มอื่นๆก็จำเป็นต้องรับมือกับเหตุการณ์เหมือนกัน

สำหรับปัจจุบันนี้ หงส์แดง แพ้คาบ้านตนเองในเกมลีก 3 แมตช์ต่อเนื่องกัน และไม่ชนะคนใดกันในลีกที่ แอนฟิลด์ 5 แมตช์ต่อเนื่องกัน (เสมอ 2 แพ้ 3) นำมาซึ่งการทำให้ในช่วงเวลานี้ “ลิเวอร์พูล” ตามหลัง แมนฯ ซิตี้หัวหน้าฝูง ถึง 10 แต้ม รวมทั้งหากพวกเขาเก็บชัยในเกมหลงเหลือได้อีก ซึ่งก็หมายความว่ากลุ่มจะโดนทิ้งห่างไปถึง 13 คะแนน